Porvoo-Landscape

Porvoo ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเฮลซิงกิ เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์นี้ดึงดูดเหล่านักสร้างสรรค์ ทั้งกวี ศิลปิน นักเขียน และนักออกแบบให้มาเยือน อาทิ Liisa นักออกแบบแฟชั่นและ Jussi นักเขียนบทชื่อดังที่เคยมาพักห้องพัก Airbnb จนได้รับการขนานนามว่า “ปารีสน้อยแห่งสแกนดิเนเวีย”  

“เมื่อก่อนมีคนเลี้ยงหมีขั้วโลกไว้ที่นี่ด้วย” Liisa เล่าให้เราฟังในบ่ายวันหนึ่ง “แต่ตอนนี้มีแค่นักเขียนสองคนอยู่ข้างบน” พวกเราคุยกันในห้องนั่งเล่นที่บ้านของ Liisa ตัวบ้านทาด้วยสีชมพูอ่อน ตกแต่งในสไตล์ฟินแลนด์แบบดั้งเดิมสมัยศตวรรษที่ 18 อันเป็นสถาปัตยกรรมขึ้นชื่อของเมือง Porvoo

Liisas-Pink-house

Meet-Liisa

บ้านของ Liisa ตั้งอยู่ในย่านชานเมืองเก่าที่มีร้านคาเฟ่ แกลเลอรี่ศิลปะ และร้านขายของโบราณเล็กๆ ขนานเป็นแถวเรียงรายตามตรอกซอกซอยและถนนพื้นหินอันเก่าแก่ ตัวเมืองมีขนาดเล็กมาก ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็เดินจนทั่ว แล้วจะทำอะไรต่อไปดีล่ะ? “น้ำเปี่ยมดั่งปอดของเรา” Liisa เอ่ยพลางทอดสายตามองแม่น้ำ Porvoonjoki ที่ไหลลงสู่ท้องทะเล “เดินไปประมาณ 30 นาที ข้ามสะพานสองแห่ง ก็จะเจอกับป่าบนเกาะ Sikosaari ซึ่งสวยงามราวกับอยู่ในเทพนิยาย “เวลาที่อยากได้แรงบันดาลใจฉันจะไปที่นั่น”

ผลงานชื่อก้องของฟินแลนด์หลายต่อหลายชิ้นถือกำเนิดมาจากกลุ่มเกาะแห่งเมือง Porvoo ไม่ว่าจะเป็นตัวการ์ตูนมูมินหรือห้องเสื้อ Samuji ในช่วงฤดูร้อน เหล่าศิลปินและครอบครัวต่างนิยมกันมาสัมผัสธรรมชาติเขียวขจีแห่งขุนเขากลางเกาะที่มีบ้านไม้หลังเล็ก (mökki) ให้พักพิงอยู่กระจายห่างกัน

Bethany-drinking-tea

Snowed-in-Kota-hut

ถ้าคุณเคยฝันใฝ่อยากสัมผัสทะเลสาบและผืนป่าราวกับเป็นเจ้าของ ฟินแลนด์คือคำตอบ ด้วยอัตราส่วนทะเลสาบ 1 แห่งต่อประชากร 26 คน และมีต้นไม้ปกคลุมประเทศถึง 70% ไม่มีที่ไหนที่คุณจะได้ฟินกับธรรมชาติเท่าฟินแลนด์แล้ว “ฉันชอบทำงานที่นี่มาก” Madara เจ้าของที่พัก Airbnb เอ่ยพลางชื่นชมธรรมชาติอันแสนสงบ ขณะที่เราเดินไปตามผืนป่าที่ปกคลุมด้วยหิมะอันเป็นที่ตั้งของบ้านไม้หลังเล็กท่ามกลางอ้อมกอดแห่งขุนเขาชายขอบเมือง Porvoo “มันรู้สึกอิสระสุดๆ ไปเลย”

Meet-Madara

Terho เจ้าของที่พักชาวฟินแลนด์บอกให้เราค่อยๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติท่ามกลางป่าลึก “สูดอากาศบริสุทธิ์ สดับฟังความเงียบ และปลดปล่อยความคิด” เขาเอ่ยขึ้นขณะพาพวกเราไปสัมผัสการอบซาวน่ารมควันสไตล์ฟินแลนด์ หลังจากอบอุ่นร่างกายพลางจิบ Lonkero เย็นๆ (เครื่องดื่มจินโทนิครสเกรปฟรุตบรรจุกระป๋อง) ในห้องซาวน่าที่มืดมิด พวกเราก็ผลัดกันวิ่งโผลงช่องน้ำแข็งในชุดว่ายน้ำ

 Smoke-sauna

มันช่างบ้าดีเดือดซะเหลือเกิน แต่สำหรับคนฟินแลนด์แล้วมันเป็นการว่ายน้ำในหน้าหนาวเท่านั้น (avanto) รับรองว่าอะดรีนาลีนสูบฉีด จนนอนหลับสนิทที่สุดในชีวิตเลยล่ะ

Ice-hole-peace

คนท้องถิ่นว่ากันว่าหากผ่อนคลายด้วยวิธีนี้ หัวสมองจะโล่ง ความคิดสร้างสรรค์พลันหลั่งไหลเข้ามามากมายไม่ใช่แค่เรื่องศิลปะและการออกแบบเท่านั้น ตอนนี้ “slow food” กำลังเป็นที่นิยม คนหันมาดื่มด่ำกับการทานอาหารและใช้วัตถุดิบท้องถิ่นกันมากขึ้น แต่ที่ Porvoo วิถีชีวิตเช่นนี้ปฏิบัติกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และตอนนี้ก็มีเชฟรุ่นใหม่พากันมาเปิดร้านอาหารที่เมืองนี้ เพิ่มบรรยากาศการกินให้มีชีวิตชีวาทันสมัยมากขึ้น

Fire-pit-cook-out

คุณอาจจะประหลาดใจถ้าบอกว่าเหตุผลที่คนไป Porvoo กันตอนนี้ก็เพื่อไปทานอาหาร Madara มักจะพายเรือไปทานอาหารที่ร้าน Sinne Bistro ซึ่งชาวเมืองต่างบอกกันว่าที่นี่คือต้นตอที่ดึงดูดให้เหล่านักชิมเดินทางมาเยือน “มันรู้สึกดีมากเลยที่ได้ทานปลาที่จับมาจากแม่น้ำที่เห็นอยู่ตรงหน้าแบบนี้” ลูกค้าท้องถิ่นรายหนึ่งกล่าวขณะทานปลาเบอร์บ็อททอดเนยจนเหลืองกรอบที่ร้าน Sinne Bistro ซึ่งเป็นปลาใต้น้ำแข็งที่คนนิยมตกกัน มีหลายๆ คนขับรถ 45 นาทีจากเฮลซิงกิเพื่อมาทานอาหารที่ร้านอาหารของเมืองนี้ อาทิ ร้าน Meat District, Zum Beispiel และ Sicapelle

Sinne-overhead

ตั้งแต่เรามาที่นี่ยังไม่เห็น Madara จ้องโทรศัพท์เลยสักครั้ง เราเกรงใจไม่อยากกวนเวลาเธอ แต่เธอบอกให้เรา “ไม่ต้องเร่งรีบ” พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ ด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ไม่พึ่งพาเทคโนโลยี และผูกพันกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง คงไม่มีใครเป็นเอกเรื่องศิลปะแห่งการใช้ชีวิตเนิบช้าเท่าคนฟินแลนด์แล้ว พวกเราเพิ่งเริ่มจะไล่ตามเอง

Madaras-kitchen-table

View-of-the-Porvoo-river

สำรวจเมือง Porvoo ในแง่มุมอื่นๆ ที่นี่